สินเชื่อรถจักรยานยนต์

สินเชื่อรถจักรยานยนต์

รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะ ที่เป็นที่นิยมของคนไทยในทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในตัวเมืองหรือหมู่บ้านนอกตัวเมือง นอกชุมชน เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่สะดวกต่อการโดยสาร ประหยัดค่าใช้จ่ายและเชื้อเพลิงหากเทียบกับรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลอื่นๆ และการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อนมากนัก รถจักรยานยนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการเดินทาง

 

โดนสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่มีทั้งหมดในท้องตลาด สามารถแบ่งเป็นสามประเภทใหญ่ๆด้วยกัน คือ

 

  1. สินเชื่อ รถจักรยานยนต์ เพื่อการซื้อรถใหม่

เป็นลักษณะการเช่าซื้อรถ โดยผู้ขอสินเชื่อต้องเข้าไปตกลงกับบริษัทไฟแนนซ์ หรือกับธนาคาร เพื่อขออนุมัติการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ โดยจะต้องผ่อนชำระเป็นงวดๆกับทางบริษัทตามอัตราและดอกเบี้ยที่ได้ตกลงกันไว้ ในงวดแรก จำเป็นจะต้องวางเงินดาว์น ซึ่งมีมูลค่า 5 – 25% ของราคารถ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการขอสินเชื่อที่มีผู้ค้ำ หรือไม่มีผู้ค้ำ และเป็นคนในพื้นที่นั้น หรือเป็นคนนอกพื้นที่ โดยจะได้รถจักรยานยนต์มาใช้งานได้ทันที แต่ กรรมสิทธิ์ในรถนั้น จะยังเป็นของบริษัทที่ให้เช่าซื้อ จนกระทั่งการผ่อนชำระดำเนินไปถึงงวดสุดท้าย กรรมสิทธิ์ในรถนั้น จึงจะโอนมายังผู้ขอเช่าซื้อ  

 

2. สินเชื่อ รถจักรยานยนต์ เพื่อการซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง

สำหรับสินเชื่อชนิดนี้ รายละเอียดและข้อกำหนดจะคล้ายกับแบบแรก แต่แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่รถจักรยานยนต์ ที่ได้มานั้นจะเป็นรถมือสอง และสามารถเช่าซื้อได้แค่บางรุ่นเท่านั้น โดยส่วนมากจะเป็นยี่ห้อและรุ่นที่อยู่ในความต้องการของตลาด คือมีคนใช้กันเยอะ เช่น ยามาฮ่า ฮอนด้า หรือ ซูซูกิ

 

  1. การรีไฟแนนซ์รถจักรยานยนต์

สินเชื่อประเภทนี้จะแตกต่างจากสองข้อแรก คือ เป็นผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ หรือเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์นั้นอยู่แล้ว แต่ต้องการนำรถที่มีมาค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเงื่อนไขและรายละเอียดจะต่างกันออกไป เช่น วงเงินสินเชื่อที่ได้จะเป็นราคาประเมินรถจากบริษัทรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยจะสูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับปีของรถ, จำนวนปีที่จะจัดไฟแนนซ์ และความสามารถในการคืนเงินของผู้ขอสินเชื่อ และโดยส่วนมาก  ทางบริษัทจะกำหนดให้เจ้าของต้องทำประกันภัย หลังจากที่ได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับข้อนี้ แม้เจ้าของรถจะนำรถไปรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ได้เงินกู้มา แต่รถจักรยานยนต์ก็ยังคงเป็นของเจ้าของ สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าหากทำผิดสัญญารีไฟแนนซ์ เช่น ขาดส่งค่างวดผ่อนชำระ ไม่จ่ายดอกเบี้ยเกินกว่าสองงวดขึ้นไป หรือผิดสัญญาพิเศษอื่นๆ ที่ทำกับบริษัท จะถูกยึดรถจักรยานยนต์ไปทันที

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไฟแนนซ์ก็มักจะเปิดโอกาสให้เจ้าของรถที่โดนยึด สามารถไถ่ถอนรถที่ถูกยึดมา กลับคืนได้ในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน โดยมีขั้นตอนดังนี้ คือ ชำระค่างวดที่ค้างจ่ายทั้งหมดพร้อมเบี้ยปรับ และค่าติดตามทวงหนี้ แต่หากไม่สามารถดำเนินการทันภายในเวลาที่กำหนด จะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไปคือ บริษัทไฟแนนซ์รถจะส่งฟ้องต่อศาลเพื่อขออำนาจศาล ในการบังคับขายรถทอดตลาด ในกรณีนี้ผู้เช่าซื้อจะต้องเตรียมจ้างทนายความเพื่อไปว่าความในศาลด้วย เมื่อขายทอดตลาดได้เงินมา จะนำไปหักกลบลบหนี้เดิมที่ค้างอยู่พร้อมเบี้ยปรับ ค่าทวงหนี้ต่างๆ แต่ ถ้าขายได้น้อยกว่าหนี้เดิม ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบจ่ายคืนค่าส่วนต่างให้ทางบริษัทไฟแนนซ์ต่อไป 

 

(2.10.2560)

 

 

 

Siirry alkuun