เครดิตสกอร์ (Credit Score) เครดิตฮิสตอรี่ (Credit History)

คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับ เครดิตสกอร์ (Credit Score) และเครดิตฮิสตอรี่ (Credit History)

 

  1. เครดิตสกอร์ (Credit Score) คืออะไร
  2. เครดิตฮิสตอรี่ (Credit History) คืออะไร
  3. ทำไมคุณควรเช็ค เครดิตสกอร์ ของตนเอง
  4. อะไรคือปัจจัยในการให้ เครดิตสกอร์
  5. National Credit Bureau หรือ NCB (เครดิตบูโร) คืออะไร
  6. เช็ค เครดิตสกอร์ ฟรีได้ที่ไหน
  7. อะไรคือ เครดิตสกอร์ที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Credit Score)
  8. ผลคะแนน เครดิตสกอร์ ไม่ผ่าน ทำอย่างไรดี
  9. จำเป็นต้องมี เครดิตสกอร์ ที่สมบูรณ์แบบหรือไม่

1. เครดิตสกอร์ (Credit Score) คืออะไร

ความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้ขอกู้ ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมด เพื่อเป็นตัวตัดสินใจในการอนุมัติการให้กู้ครั้งใหม่ แต่ละสถาบันการเงินจะแตกต่างกันไปในเรื่องของการคำนวณคะแนน โดยจะขึ้นอยู่บนพื้นฐานข้อมูลสินเชื่อและประวัติสินเชื่อในอดีต

 

2. เครดิตฮิสตอรี่ (Credit History) คืออะไร

ประวัติการชำระเงินจากการกู้ที่ผ่านมาของผู้ขอกู้ จะถูกรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการให้คะแนน เครดิตสกอร์

3. ทำไมคุณควรเช็ค เครดิตสกอร์ ของตนเอง

เพราะ “เครดิตสกอร์” เป็นผลคะแนนที่ชี้วัดความตั้งใจในการชำระหนี้ หรือความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ ธนาคารผู้ให้กู้จะนำคะแนนเครดิตสกอร์ที่ได้มาเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรให้เงินกู้แก่คุณหรือไม่ หรือหากให้แล้ว จะมี Loan terms หรือ เงื่อนไขสินเชื่ออย่างไร อัตราดอกเบี้ยเท่าไร นั่นเอง

 

4. อะไรคือปัจจัยในการให้ เครดิตสกอร์

ปัจจัยในการคำนวณเครดิตสกอร์นั้นจะต่างออกไปในแต่ละสถาบันการเงิน ขึ้นอยู่กับนโยบายและความเข้มงวดของสถาบันนั้นๆ
ส่วนมากปัจจัยที่นำมาคิดได้แก่ รายได้สุทธิต่อเดือน หรือรายได้ต่อปี รายจ่ายครัวเรือนต่อเดือน ภาระหนี้อื่นๆ ภายใต้ชื่อของผู้กู้ รวมไปถึงประวัติเครดิตอื่นๆ ของผู้ยื่นกู้ จากรายงานของเครดิตบูโร

 

5. National Credit Bureau หรือ NCB (เครดิตบูโร) คืออะไร

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด คือหน่วยงานที่จะเก็บรวบรวมรายงานเครดิตของลูกค้า เพื่อให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานภาครัฐ หรือ สถาบันการเงินต่างๆที่ต้องใช้ โดยเครดิตบูโร ก่อตั้งโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตของประชาชนในประเทศ https://www.ncb.co.th/​

 

6. เช็ค เครดิตสกอร์ ฟรีได้ที่ไหน

คุณสามารถเช็คเครดิตสกอร์ของตนเองได้ที่เค้าเตอร์ธนาคาร อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง และที่ทำการไปรษณีย์ที่ให้บริการ มีค่าธรรมเนียมประมาณ 150 บาท

คุณควรเช็คเครดิตสกอร์ด้วยตนเองก่อนการตัดสินใจจะทำการขอกู้ในผลิตภัณท์ต่างๆของธนาคาร เพราะหากคุณยื่นเรื่องขอกู้พร้อมให้ธนาคารเช็คเครดิตสกอร์ของคุณ แล้วหากผลคะแนนของคุณไม่ผ่าน จะทำให้เสียทั้งเวลาและค่าธรรมเนียมการขอกู้ไปโดยไม่ได้รับเงินกู้

 

7. อะไรคือ เครดิตสกอร์ที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Credit Score)

แต่ละสถาบันการเงินมีสัดส่วนช่วงคะแนนต่างกันออกไป ตัวอย่างหนึ่งของเครดิตสกอร์ที่มีการใช้กันคือ FICO ที่มีช่วงคะแนนเครดิตสกอร์อยู่ที่ 300 – 850 คะแนน ธนาคารหรือสถาบันการเงินส่วนมาก จะแบ่งคะแนนออกเป็นดังนี้ เพื่อแบ่งประเภทลูกค้า

  1. น้อยกว่า 630 เครดิตไม่ดี
  2. 630 – 689 เครดิตปานกลาง
  3. 690 – 719 เครดิตดี
  4. 720 – 850 เครดิตยอดเยี่ยม

 

8. ผลคะแนน เครดิตสกอร์ ไม่ผ่าน ทำอย่างไรดี

จากการแนะนำในข้อ 6 เกี่ยวกับการเช็คเครดิตสกอร์ก่อนการตัดสินใจทำเรื่องขอกู้ หากคะแนนเครดิตของคุณต่ำ คุณจะมีเวลาปรับปรุงผลคะแนนของคุณได้

 

9. จำเป็นต้องมี เครดิตสกอร์ ที่สมบูรณ์แบบหรือไม่

ไม่จำเป็น แต่ควรมีเครดิตระดับดีขึ้นไป เพราะคุณจะมีโอกาสในการได้รับเงินกู้มากกว่า และเงื่อนไขเงินกู้โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยผ่อนชำระที่ดีกว่า

 

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เครดิตบูโร | ประวัติหนี้

แก้ไขเมื่อ 1/2/2020 เผยแพร่เมื่อ 31/1/2020



Siirry alkuun