รวยง่าย ด้วยการขายสินค้าแบบ Dropship หมดปัญหาเรื่องการสต็อกของ

รวยง่าย ด้วยการขายสินค้าแบบ Dropship (ดรอปชิ้ง) หมดปัญหาเรื่องการสต็อกของ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินหรือคุ้นเคยกับคำว่า Dropship (ดรอปชิ้ง) กันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ทีนี้หลายคนอาจจะยังไม่รู้ความหมายของ Dropship และวิธีการทำธุรกิจแบบ Dropship ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับการทำธุรกิจขายสินค้าแบบไม่ต้องสต็อกของเอง มาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

หลาย ๆ คนมักจะกลัวการลงทุน หรือการเปิดร้านขายสินค้า เพราะต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องของเงินทุน กำไร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ลองจินตาการดูนะคะ ว่าหากมีใครสักคนที่มีสินค้าที่สต็อกอยู่แล้วเป็นร้อยเป็นพัน และจะทำการจัดส่งให้ลูกค้าโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย การทำธุรกิจนั้นจะง่ายขนาดไหน แถมคุณยังสามารถทำธุรกิจนี้ได้จากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีโกดังเก็บของเลยด้วยซ้ำ

 

เกริ่นกันมาตั้งนานแล้ว เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าการทพ Dropship (ดรอปชิ้ง) เนี่ย เค้าทำกันอย่างไรบ้าง

 

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาทำความรู้จักกับ Dropship เสียก่อนค่ะ Dropship  คือการนำสินค้าของคนอื่นมาขาย โดยที่เราสามารถบวกราคาขึ้นเล็กน้อยเพื่อเป็นกำไรของเรา และเรายังไม่จำเป็นต้องส่งของหรือทำประกันสินค้าใด ๆ พูดง่าย ๆ คือเราเป็นเพียงตัวกลางในการขายสินค้า โดยการนำสินค้าของเจ้าของโรงงานมาขายอีกทีนั่นเอง ซึ่งหากเราขายได้มากเราก็จะยิ่งได้กำไรมาก

 

ข้อดีของการขายของแบบ Dropship (ดรอปชิ้ง) ก็มีอยู่หลายข้อ เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าข้อดีของการขายสินค้าแบบ Dropship มีอะไรบ้าง

  1. เราไม่จำเป็นต้องสต็อกของเองหรือลงทุนมากมายอะไร ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก จะเสียค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าหรือการทำการตลาดโปรโมทสินค้าเท่านั้น
  2. เราไม่ต้องทำการส่งสินค้าหรือจัดการเรื่องการประกันสินค้า เพราะทางโรงงานผลิตสินค้าจะจัดการในเรื่องการขนส่งสินค้าทั้งหมด และจัดการเรื่องการทำประกันสินค้าให้ทั้งหมด
  3. ผู้ซื้อไม่ทราบว่าเราเป็นร้านแบบ Dropship (ดรอปชิ้ง) ที่ไม่มีสินค้าในสต็อกเลย แต่เรายังสามารถขายสินค้าได้
  4. การขายสินค้าแบบ Dropship นั้นง่าย เพราะเราไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินทุน สต็อก การส่งสินค้า การหรือแม้แต่ทรัพยากรต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักก็สามารถขายสินค้าได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต

 

และนอกจากข้อดีแล้ว ก็ยังมีข้อเสียด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ข้อเสียของการขายสินค้าแบบ Dropship ก็คือ

  1. มีการแข่งขันมาก เพราะใคร ๆ ก็สามารถเริ่มทำได้ จนทำให้เราอาจจะรู้สึกท้อแท้
  2. เสี่ยงที่จะโดนหักหลังจากทางผู้ขายหรือเจ้าของสินค้า
  3. สินค้าบางส่วนทำการตลาดไม่ได้จริง และมีต้นทุนการทำการตลาดที่ค่อนข้างสูง
  4. การติดต่อกับเจ้าของสินค้าอาจจะยาก เพราะเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่นั้นมักจะอยู่ที่ประเทศจีน จึงทำให้ไม่สามารถติดตามได้ว่าสินค้าชิ้นนั้นหมดแล้วหรือยัง จึงทำให้ไม่สามารถเชื่อใจเจ้าของสินค้าเพียงเจ้าเดียวได้

 

แต่ทีนี้เราจะหาสินค้ามาทำการขายได้อย่างไร? วิธีการง่าย ๆ เลยคือการติดต่อโดยตรงไปทางโรงงานผลิตสินค้า ซึ่งโรงงานบางเจ้าอาจจะไม่ได้เปิดให้เราทำการขายแบบ Dropship (ดรอปชิ้ง) แต่เรายังสามารถหาโรงงานต่าง ๆ ได้ผ่านช่องทาง https://www.worldwidebrands.com/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมผู้จัดจำหน่ายและเจ้าของโรงงานต่าง ๆ ซึ่งเปิดช่องทางให้เราทำ Dropship ได้

 

นอกจากนี้เรายังสามารรถหาผู้จัดจำหน่ายและเข้าของโรงงานได้โดยการเสิร์ชจากกูเกิล แต่เคล็ดลับในการหาของมาขายได้นั้น เราแนะนำให้คลิกไปที่หน้าท้าย ๆ ของกูเกิล เพราะเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านี้มักจะไม่เก่งเรื่องการทำ SEO มากนัก จึงทำให้เว็บไซต์ไม่ติดหน้าแรก ๆ ของกูเกิล

 

ทีนี้เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยกันว่า แล้วการขายสินค้าแบบ Dropship เนี่ย เค้าทำกันยังไง ไม่ยากค่ะ ขั้นตอนแรกคือการหาสินค้าหรือหาผู้ให้บริการ Dropship เสียก่อน และเมื่อหาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเสนอเป็นตัวแทนขาย ทำการสร้างเว็บไซต์ คัดลอกรูปภาพและรายละเอียดสินค้าเพื่อมาลงเว็บไซต์ ทำการโปรโมท ทำการตลาดเพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเมื่อขายสินค้าได้ ลูกค้าจะทำการโอนเงินมาให้เราและเราก็จะทำการโอนเงินไปให้เจ้าของสินค้าและหลังจากนั้นทางเจ้าของสินค้าก็จะทำการจัดส่งสินค้าให้

 

จุดเด่นของการขายสินค้าแบบ Dropship นั้น คือการที่มีความหลากหลายในตัวสินค้า และเราควรพยายามอัพเดตสินค้าใหม่ ๆ เพื่อให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

เห็นไหมคะว่าการขายสินค้าแบบ Dropship นั้น ไม่ได้ยากจนเกินความสามารถของพวกเราเลยจริง ๆ สิ่งที่เราต้องทำคือการศึกษาหาความรู้ และมีความมุ่งมั่นและอดทน รับรองว่าหากเรามีความตั้งใจจริงแล้วนั้น ธุรกิจการทำ Dropship จะต้องไปได้สวยอย่างแน่นอนค่ะ

 

(8.4.2561)

 

 

บทความ อื่น ที่ คุณ อาจ สนใจ 



Siirry alkuun